
ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ ควรจำกัดการบริโภคกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่านะคะ

โรคนอนไม่หลับ: ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟโดยเฉพาะหลังเวลา 14.00 น.


โรคหัวใจ

: โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นช้าหรือเร็วไป ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟเป็นพิเศษ เนื่องจากสารคาเฟอีนจะไปกระตุ้นทำให้หัวใจบีบตัวแรงและเต้นเร็วขึ้น

โรคความดันโลหิตสูง: เนื่องจากคาเฟอีนเพิ่มการทำงานของหัวใจและทำให้หลอดเลือดหดตัว จึงทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นได้


โรคเบาหวาน: เนื่องจากกาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ควรงดดื่ม แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานแต่ควบคุมระดับตาลได้ดี การดื่มกาแฟสามารถทำได้แต่ต้องไม่เติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือส่วนประกอบอื่นๆ เพิ่มเติม

โรคไขมันในเลือดสูง: ในกาแฟมีสารกลุ่มไดเทอร์พีน แม้ในเมล็ดกาแฟไม่มีโคเลสเตอรอล แต่สารในกลุ่มนี้ทำให้โคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มขึ้น จึงอาจรบกวนการคุมระดับไขมันในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงได้


โรคกระเพาะ: คาเฟอีนจะไปกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ระบบทางเดินอาหาร และเสี่ยงเกิดแผลในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น

โรคกระดูกพรุน

: คาเฟอีนจะไปขวางการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย และเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ อาจส่งผลต่อความหนาแน่นของกระดูกได้

โรคลำไส้แปรปรวน/มีอาการท้องเสีย: สารคาเฟอีนในกาแฟอาจทำให้อาการท้องเสียหรืออาการของโรคแย่ลงกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณมาก


โรควิตกกังวล: อาจมีอาการวิตกกังวลที่แย่ลงได้จากการดื่มกาแฟ

คุณแม่ตั้งครรภ์

: หญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จรูปไม่เกิน 2 แก้ว หรือเท่ากับกาแฟชงสด 1 แก้ว หากได้รับกาแฟมากกว่านี้อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อยได้ โดยยิ่งได้รับกาแฟมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น

คุณแม่ให้นมบุตร: แม้ว่าคาเฟอีนในน้ำนมไม่ได้ส่งผลเสียร้ายแรงต่อทารก อย่างไรก็ตามหากแม่ที่บริโภคคาเฟอีนปริมาณสูงเป็นประจำ เช่น วันละ 750 มิลลิกรัมหรือมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมบางอย่างของทารกอันเกิดจากฤทธิ์คาเฟอีนที่กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เช่น นอนน้อยลง ตื่นง่าย กระสับกระส่าย งอแง อยู่ไม่สุข ดูดนมได้ไม่ดี นอกจากนี้แม่ที่ดื่มกาแฟเกินกว่าวันละ 450 มิลลิลิตร (หรือ 2 แก้ว) เป็นประจำ อาจทำให้ธาตุเหล็กในน้ำนมลดลง ในระยะยาวอาจทำให้ทารกที่บริโภคนมแม่เพียงอย่างเดียวเกิดภาวะโลหิตจางได้เล็กน้อยจากการขาดเหล็ก
